สำหรับวงการวอลเลย์บอลบ้านเรานั้นสิ่งหนึ่งที่พาให้กีฬาชนิดนี้ให้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในกีฬายอดนิยมของแฟน ๆ ชาวไทย มันเกิดมาจากความสำเร็จของกลุ่มนักวอลเลย์บอลยุคบุกเบิกที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่แฟน ๆ ว่ากลุ่มห้าเซียนนั่นเอง พวกเธอสามารถพาทีมชาติไทยก้าวขึ้นไปประสบความสำเร็จอย่างมากมายและทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในทีมวอลเลย์บอลชั้นนำของโลก และสามารถสู้กับทีมแนวหน้าของโลกได้อย่างสูสีถึงแม้ว่าจะเสียเปรียบเรื่องสรีระอย่างมากก็ตาม

แต่ไม่ว่าอย่างไรงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเสมอ กลุ่มห้าเซียนเองก็มีวันที่จะร่วงโรยไปตามวัยด้วยเช่นกันซึ่งถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ถึงเวลาที่พวกเธอทั้งหมดจะหายไปจากทีมเลยเสียทีเดียว แต่มันก็มีสัญญาณหลาย ๆ อย่างส่งมาให้เห็นแล้วว่าช่วงเวลาดังกล่าวมันกำลังจะมาถึง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอบรมโค้ชของกัปตันกิ๊บ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ หรือข่าวการวางมือของคนนั้นคนนี้ที่มีออกมาให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

มันจึงทำให้แฟนวอลเลย์บอลต่างมีความกังวลว่าฟอร์มการเล่นของทีมชาติไทยจะยังคงอยู่ในระดับเดียวกันหรือไม่ หลังจากที่พวกเธอเหล่านั้นวางมือไปลองมาส่องดูกันว่าผู้เล่นที่ถูกวางเอาไว้ให้เป็นตัวแทนของบรรดาห้าเซียนนั้นมันมีใครกันบ้าง และพวกเธอเหล่านั้นจะสามารถทดแทนรุ่นพี่ได้ดีเพียงใด

ในตำแหน่ง “มือเซ็ต” เป็นตำแหน่งที่ลำบากพอสมควรที่จะหาคนมาแทน เพราะเจ้าของตำแหน่งคนเดิมอย่างนุศรา ต้อมคำ นั้นสร้างมาตรฐานไว้สูงมาก ๆ เพราะเธอถือเป็นมือเซ็ตที่อยู่ในระแนวหน้าของโลกเลยทีเดียว ส่วนตัวแทนที่วางเอาไว้นั้นก็จะมี พรพรรณ เกิดปราชญ์ และยังมีโสรยา พรมหล้า และกุลภา เปี่ยมพงษ์สานต์ ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าพอมีประสบการณ์ระดับชาติมาพอสมควรแล้ว และก็ยังมีผู้เล่นดาวรุ่งอีกหลายคนที่น่าจับตามอง

ส่วนตัวรุกในตำแหน่งหัวเสารวมไปถึงบีหลังนั้นถือว่าไม่น่าเป็นห่วงมาก เพราะทุกวันนี้ก็มีผู้เล่นหน้าใหม่ที่ขึ้นมาเล่นร่วมกับรุ่นพี่มานานพอสมควรและมีผลงานอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจอีกด้วยก็คือ อัจฉราพร คงยศ, ชัชชุอร โมกศรี, และพิมพิชยา ก๊กรัมย์ ซึ่งสามารถทดแทนการหายไปของ วิลาวัณย์, อรอุมา, และมลิกา ได้อย่างแน่นอน

และในตำแหน่งบอลเร็วที่เจ้าของตำแหน่งเดิมอย่าง ปลื้มจิตร์ ถินขาว ที่ถือเป็นขวัญใจแฟนวอลเลย์บอลคนหนึ่งนั้น ตัวแทนที่จะขึ้นมาแทนพี่หน่องก็ถือว่ามีตัวเลือกหลายคนเลยทีเดียวซึ่งก็จะมีทัดดาว นึกแจ้งและหัตถยา บำรุงสุขที่มีประสบการณ์ในทีมชาติมาหลายปี รวมไปถึงแก้วกัลยา กมุลทะลา ที่พึ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกมาจากญี่ปุ่นด้วย แถมยังมีดาวรุ่งที่น่าจับตามองในตำแหน่งนี้อีกมากมายหลายคนเลยทีเดียว

แน่นอนว่าการขาดหายไปจากทีมชาติของกลุ่มห้าเซียนในอนาคตอันใกล้นี้ ย่อมจะสร้างช่องโหว่ไว้ให้กับทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่านอกจากพวกเธอจะสร้างความสำเร็จให้กับวอลเลย์บอลบ้านเราแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเธอสร้างก็คือแรงบันดาลใจ ซึ่งมันทำให้เด็กยุคใหม่เอาเป็นแบบอย่างและพัฒนาตัวเองขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับพวกเธอได้ และเมื่อถึงเวลาที่พวกเธอเลิกเล่นไปจริง ๆ เชื่อว่าเด็กเหล่านั้นจะขึ้นมาแทนและสามารถทำผลงานได้ดีไม่แพ้กันอย่างแน่นอน

เป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับวงการสนุกเกอร์ไทย สำหรับฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงของนักสอยคิวบ้านเราอย่าง “เอฟ นครนายก” หรือเทพไชยา อุ่นหนู ที่มีฟอร์มการออกคิวที่ร้อนแรงมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ที่สามารถคว้าแชมป์ชู้ตเอาท์ 2019 ได้เมื่อปลายปีที่แล้ว ก่อนที่จะมาโดนพิษการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาหยุดความร้อนแรงของเขาไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายจนทำให้สนุกเกอร์สามารถกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง เขาก็ได้รับโอกาสบินไปร่วมศึกอิงลิช โอเพ่น 2020 ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะมีอันต้องตกรอบ 64 คนไปด้วยฝีมือของเบน แฮนคอร์นนักสอยคิวเจ้าถิ่นอย่างน่าเสียดาย แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้คะแนนสะสมของเขาก้าวขึ้นไปติดเป็นอันดับขึ้นไปเป็นนักสนุกเกอร์ 16 อันดับแรกของโลกได้สำเร็จ

การที่เอฟสามารถก้าวขึ้นไปติดหนึ่งใน 16 อันดับแรกของโลกได้นั้น ทำให้เขากลายเป็นนักสนุกเกอร์ของชาวไทยคนที่สองต่อจากรัชพล ภู่โอบอ้อมหรือ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” ที่สามารถก้าวขึ้นไปได้สูงถึงอันดับ 3 ของโลกในปี 1995 และนอกจากนั้นมันยังมีสิ่งดี ๆ อีกหลายอย่างตามมานั่นก็คือถ้าหากเขายังสามารถรักษาอันดับนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยก็คือจนกว่าจะจบรายการยูเค แชมเปี้ยนชิพ 2020 ที่จะทำการแข่งขันที่ประเทศอังกฤษอีกเช่นกัน ซึ่งถ้าหากหลังทัวร์นาเมนท์ดังกล่าวเขายังคงอยู่ในอันดับนี้ได้ เขาจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมรายการหนึ่งในสามรายการที่เป็นระดับทริปเปิ้ล คราวน์อย่างเดอะ มาสเตอร์ 2021 และถ้าหากสามารถทำได้ดีมากกว่านั้นคือยังคงรักษาอันดับอยู่ใน 16 คนแรกต่อได้จนถึงจบรายการทัวร์ แชมเปี้ยนชิพช่วงปลายปีแล้วละก็ จะทำให้เทพไชยาของเราได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในรายการชิงแชมป์โลกในฐานะตัวยืนในรอบแรกอีกด้วย

นับว่านี่คือโอกาสอันดีที่ตกมาอยู่ในมือของเอฟ นครนายก ในแบบที่เขาสามารถกำหนดเส้นทางได้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว เพราะจากนี้เขาไม่ต้องไปลุ้นให้นักสนุกเกอร์คนไหนแพ้หรือชนะ เพียงแค่รักษาผลงานของตัวเองให้อยู่ในระดับนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาได้สิทธิพิเศษต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นมาครองได้โดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าระยะทางจากนี้ไปยังคงดูเหมือนว่าจะยาวไกลไม่น้อย แต่มาถึงจุดนี้แล้วความเป็นไปได้มันย่อมสูงมากกว่าที่เคยมีอย่างแน่นอน

จากนี้ไปแฟนสนุกเกอร์ไทยคงจะต้องส่งแรงใจไปช่วยเทพไชยาอย่างมาก เพราะเส้นทางที่เหลืออยู่ย่อมที่จะไม่ง่ายแน่ แต่เมื่อมันไม่ง่ายดายสิ่งที่รออยู่ตรงปลายทางก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะสิ่งเหล่านั้นก็คือการที่จะทำให้เขาก้าวขึ้นไปเทียบกับตำนานนักสอยคิวไทยอย่างต๋อง ศิษย์ฉ่อย หรือถ้าหากเขาทำได้ดีกว่านั้นเราอาจจะได้เห็นเขาสร้างตำนานบทใหม่ขึ้นมาก็เป็นได้

สำหรับการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่มีการเลื่อนการจัดการแข่งขันไปเป็นช่วงกลางปีหน้าเนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั้น ในชนิดกีฬาศิลปะการต่อสู้อย่างเทควันโดความหวังสูงสุดของทัพนักกีฬาไทยยังคงฝากเอาไว้ที่นักเทควันโดหญิงอย่าง “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิงอยู่เช่นเดิม

การที่ยกให้เทนนิสเป็นความหวังสูงสุดในการที่จะคว้าเหรียญทองมาฝากคนไทยในครั้งนี้ของสมาคมเทควันโด ไม่ใช่เพียงแค่เพราะว่าในขณะนี้เธอเป็นนักเทควันโดเพียงคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น แต่ผลงานของเธอในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะปีล่าสุดที่เธอไม่แพ้ให้แก่คู่ต่อสู้คนใดเลยตลอดทั้งฤดูกาลแข่งขัน จนทำให้เธอครองตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลกในรุ่น 49 กิโลกรัมตลอดทั้งปี มันจึงดูเหมือนว่าเธอได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนถึงจุดที่ไร้เทียมทานและคู่ควรอย่างมากแล้วที่จะได้เหรียญทองโอลิมปิกสมดังที่เธอฝันเสียที และถ้าหากว่าไม่มีปัญหาการแพร่ระบาดมาขวางกั้นและการแข่งขันได้ถูกจัดขึ้นตามกำหนดการเดิมเชื่อว่าฟอร์มของเธอคงจะสดกว่านี้อย่างแน่นอน

แต่ถึงแม้ว่าจะเกิดปัญหาโรคระบาดมากั้นขวางไว้เสียก่อน และทำให้แฟน ๆ กีฬาบ้านเราอดเป็นห่วงไม่ได้เรื่องความต่อเนื่องของการแข่งขันที่อาจจะทำให้ฟอร์มเก่งช่วงปี 2019 ของเธอมีอันต้องสะดุดไป แต่ทางเจ้าตัวก็ได้ออกมาบอกแล้วว่าความพร้อมของเธอตอนนี้เรียกได้ว่าเต็มร้อยทั้งในเรื่องสภาพจิตใจรวมไปถึงการรักษาความฟิตของร่างกาย เพราะสามารถกลับมาทำการฝึกซ้อมได้นานพอสมควรแล้ว ซึ่งดูแล้วอาจจะถือว่าเป็นข่าวดีด้วยซ้ำที่การแพร่ระบาดของเชื้อในประเทศเราสามารถควบคุมได้เร็วกว่าในหลาย ๆ ประเทศทำให้เธอสามารถกลับมาทำการฝึกซ้อมได้เร็วกว่านักกีฬาในหลาย ๆ ประเทศ ที่มีการแพร่ระบาดหนักกว่า เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จึงเชื่อว่าจะไม่ทำให้ฟอร์มอันร้อนแรงของเธอหลุดไปอย่างที่หลายคนเป็นกังวล

การแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติเป็นสมัยที่สองติดต่อกันแล้ว โดยครั้งแรกในการแข่งขันที่ประเทศบราซิลนั้นถึงแม้ว่าเธอจะผิดหวังไปไม่ถึงตำแหน่งเหรียญทองแต่ก็ยังมีเหรียญทองแดงติดไม้ติดมือมากฝากคนไทยได้ และความผิดหวังในครั้งนั้นอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เธอมุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองมากขึ้นจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งของโลกด้วยฟอร์มไร้พ่ายอย่างเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในชีวิตการเป็นนักกีฬาของ พานิภัค วงศ์พัฒนกิจ นั้นเธอกวาดรางวัลต่าง ๆ มาครองได้อย่างมากมายแบบสาธยายกันยืดยาวเลยทีเดียว เพราะเธอสามารถคว้าแชมป์รายการต่าง ๆ ได้มากถึง 27 รายการ กับอีกหนึ่งเหรียญทองแดงโอลิมปิก เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะเติมเต็มชีวิตนักกีฬาของเธอให้สมบูรณ์แบบได้ก็คงจะมีเพียงแค่เหรียญทองโอลิมปิกเท่านั้น และก็เชื่อว่าคงไม่มีช่วงเวลาไหนเหมาะสมที่เธอจะทำมันให้สำเร็จมากไปกว่านี้อีกแล้ว

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนหมัดมวย และเหล่าเซียนพนันมวยตัวยงของบ้านเราใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว สำหรับการชกในรอบคัดเลือกโอลิมปิก ประเภทกีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่น 57 กิโลกรัมชาย ที่ทัพนักชกไทยเราส่งนักกีฬาจอมเก๋าอย่าง “เจ้าสด” ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ลงทำการแข่งขันในครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าตัวไปพลาดท่าถูกนักชกจากเวียดนามน็อคไปในการแข่งขันรอบที่สองเท่านั้น แต่ก็ยังดีที่สามารถอาศัยลูกเก๋าคว้าตั๋วสู่โตเกียวมาครองได้สำเร็จ แบบชนิดที่เล่นเอาลุ้นกันจนหืดขึ้นคอกัน คุมตั๋วพนันทั้งประเทศเลยทีเดียว

สำหรับฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี หรือที่มีชื่อเดิมว่า ฉัตร์ชัย บุตรดี นั้นเป็นชื่อที่ติดหูแฟนกีฬาหมัดมวยในบ้านเรากันมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว เพราะเขาคือนักชกที่สวมยูนิฟอร์มติดธงลงรับใช้ชาติมาแล้วมากกว่าสิบปีด้วยกัน และก็เป็นหนึ่งในนักชกฝีมือดีที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลต่าง ๆ มาครองได้อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น 4 เหรียญทองกับอีก 1 เหรียญเงินจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 1 เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย และอีกหนึ่งเหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก ซึ่งจะเห็นว่าเมื่อดูแล้วเหรียญรางวัลรายการต่าง ๆ บนเส้นทางนักชกเขาล้วนแล้วแต่เคยได้สัมผัสมาแล้วทั้งสิ้น เหลือเพียงแค่เหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกเท่านั้นเองที่เขายังไม่สามารถคว้ามาครองได้เสียที

และในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ ก็ถือเป็นการเข้าร่วมทำการแข่งขันเป็นสมัยที่สามติดต่อกันแล้วสำหรับเจ้าตัว ซึ่งผลงานจากทั้งสองครั้งที่ผ่านมาของเจ้าสดนั้น จบลงที่การตกรอบสิบหกคนสุดท้ายทั้งสองครั้ง และในครั้งนี้เจ้าตัวหวังอย่างมากว่าจะสามารถก้าวขึ้นไปหยิบเหรียญรางวัลจากโอลิมปิกเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาครองให้สำเร็จให้จงได้ นั่นก็เพราะว่าในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้นั้นตัวของเจ้าสดเองก็มีอายุถึง 36 ปีแล้ว มันจึงเท่ากับว่าเป็นโอลิมปิกครั้งสุดท้ายแล้วของตัวเขา เพราะถ้าจะรอจนถึงครั้งหน้าตัวเขาก็คงมีอายุแตะหลักสี่เข้าไปแล้วและเมื่อถึงวันนั้นร่างกายของ “เจ้าสด” ก็คงจะไม่สดซักเท่าไหร่นัก ดังนั้นถ้าจะทำความฝันให้สำเร็จก็คงจะต้องทำให้ได้ในครั้งนี้ที่โตเกียวนี่แหละ

ด้วยอายุอานามของฉัตร์ชัยเดชา บุตรดีในขณะนี้แน่นอนแหละว่าความปราดเปรียวว่องไวของเขาคงจะต้องลดน้อยลงไปบ้างเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่เข้ามาช่วยทดแทนในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือลูกฝีมือ และประสบการณ์ที่อยู่มากเลยทีเดียวซึ่งเมื่อนำมาบวกกับความมุ่งมั่นที่จะคว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกมาครองให้ได้ก่อนที่จะวางมือแขวนนวมจากวงการ ก็เชื่อว่าในการขึ้นชกโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวนี้ เจ้าสดจะทำให้หมัดมวยเช้าไทยได้ลุ้นกันแบบยาว ๆ อย่างแน่นอน

ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาที่ได้ชื่อว่าเป็นมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาตินั้น กีฬามวยสากลสมัครเล่นถือเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับนักกีฬาและแฟนกีฬาชาวไทยมาอย่างยาวนาน แถมยังสร้างเม็ดเงินในโต๊ะพนันต่าง ๆ ได้อย่างดี เพราะกีฬาชนิดเป็นกีฬาที่นักกีฬาไทยมักจะทำได้ดีและมีเหรียญรางวัลจากโอลิมปิกมาฝากแฟนชาวไทยได้เสมอ และในโอลิมปิก 2020 ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงกลางปีหน้านั้นกีฬามวยสากลสมัครเล่นก็ยังคงตั้งเป้าจะคว้าเหรียญมาฝากแฟน ๆ ให้ได้อีกเช่นเคย

และเรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของทัพเสื้อกล้ามไทยในโอลิมปิกครั้งนี้ก็คือ ฟอร์มการชกของนักชกดาวรุ่งวัยเพียง 20 ปี อย่าง “เจ้าเหลิม” ธิติสรรค์ ปั้นโหมด ที่สามารถคว้าตั๋วโอลิมปิกสมัยแรกในชีวิตของเขามาได้สำเร็จแบบเหนือความคาดหมาย สร้างความเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้เซียนพนันเลย ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นหลาย ๆ ฝ่ายยังไม่ได้คาดหวังโควตาโอลิมปิกจากเจ้าเหลิมมากนัก ด้วยความที่เจ้าตัวพึ่งจะมีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้นในขณะที่ขึ้นชกรอบคัดเลือกซึ่งเต็มไปด้วยนักชกที่มีฝีมือและประสบการณ์มากมายขวางอยู่ และหวังจะให้เจ้าตัวเก็บเกี่ยวประสบการณ์บนสังเวียนใหญ่เสียมากกว่า เพราะด้วยความที่อายุยังน้อยจะรอโอลิมปิกครั้งหน้าก็ยังไม่สาย แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้แหละที่สามารถทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบคัดเลือกโอลิมปิกของทัพนักชกทีมชาติไทย โดยที่เขาสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะได้เพียงแค่รองแชมป์แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาคว้าตั๋วอันทรงเกียรตินี้มาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เพราะนักชกคู่แข่งที่เขาเอาชนะได้ในรอบรองชนะเลิศนั้นคือ ชาโคบิห์ดิน ชอยรอฟ ซึ่งเป็นถึงนักมวยเหรียญทองโอลิมปิกเมื่อปี 2016 มันยิ่งเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ธิติสรรค์ ปั้นโหมด เป็นนักมวยผลผลิตจากโรงเรียนกีฬาจังหวัดพิษณุโลก โดยเขาเริ่มต่อยมวยมาตั้งแต่วัยเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้นเอง ซึ่งก็ต่อย ๆ หยุด ๆ อยู่ในช่วงแรก ก่อนจะกลับมาต่อยอีกครั้งโดยมีแรงบันดาลใจในขณะนั้นเพราะว่าถูกเพื่อนแกล้ง ซึ่งมันกลายเป็นแรงผลักดันที่ส่งให้เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้อย่างจริงจังจนได้เข้าเรียนที่โรงเรียนกีฬา และเมื่อได้เข้าสู่รั้วโรงเรียนกีฬาได้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นแววในตัวของเจ้าเหลิมก็ยิ่งฉายออกมาให้เห็นชัดมากขึ้น โดยการกวาดแชมป์ภายในประเทศในระดับเยาวชนมาอย่างมากมาย และในที่สุดความฝันที่จะได้ไปโอลิมปิกของเขาก็เป็นจริง

“เจ้าเหลิม” ธิติสรรค์ ปั้นโหมด นับว่าเป็นนักมวยที่อายุยังน้อยมากที่สามารถพาตัวเองขึ้นไปสู่เวทีระดับโอลิมปิกได้ และในเรื่องฝีไม้ลายมือรวมไปถึงหัวจิตหัวใจของนักมวยดาวรุ่งคนนี้ถือว่ามีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าในด้านเกียรติประวัติแล้วเขาจะมีชื่อเป็นแชมป์รายการสำคัญ ๆ เพียงแค่แชมป์เยาวชนโลก แต่มันก็ไม่แน่ว่าการบันทึกเกียรติประวัติครั้งต่อไปของเขาอาจจะเป็นเหรียญทองโอลิมปิกเลยก็ได้

ฟุตบอลโลก 2022 ที่การ์ต้า ทีมจากทวีปเอเชียจะได้สิทธิ์นอกเหนือจากเจ้าภาพการ์ต้า  4 ครึ่ง สำหรับรอบคัดเลือกโซนเอเชียจะแบ่งเป็นสามรอบ รอบแรกจะเป็นการคัดเลือกทีมที่มีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้ง อันดับ 35 ถึง 46 ของทวีป เพื่อหา 6 ทีมเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบที่ 2 ซึ่งจะเป็นการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม 8 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม เพื่อหา 12 ทีมเข้าไปเล่นรอบคัดเลือกรอบสุดท้าย โดยทีมอันดับ 1 ของรอบสองนี้จะได้เข้าไปเล่นรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายได้แบบอัตโนมัติ เช่นเดียวกับทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 4 ทีม

สำหรับทีมชาติไทยเราสามารถผ่านเข้ามาเล่นรอบสองได้โดยอัตโนมัติจากอันดับฟีฟ่าแรงกิ้ง โดยทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม จี ร่วมกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรต เวียดนาม มาเลเซีย และอินนีเซีย ณ ขณะนี้ เหลือกเกมอีก 3 นัดสุดท้าย  ทีมชาติไทยเรารั้งอันดับ 3 ของกลุ่มมี 8 คะแนน ตามหลังอันดับหนึ่ง เวียดนามที่มี 11 คะแนน และมาเลเซียมี 9 คะแนน โปรแกรมที่เหลือของทีมชาติไทย คือการเปิดบ้าเจอกับ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมทั้งการไปเยือน ยูเออี ซึ่งต้องบอกว่าเรายังมีลุ้นกับการเป็นทั้งแชมป์กลุ่ม หรือรองแชมป์กลุ่มที่ดีที่สุดได้

โอกาสยังเปิดกว้าง ได้เปรียบกับการเล่นในบ้าน 2 เกม

สำหรับโอกาสที่จะได้เข้าไปเล่นในรอบคัดเลือกรอบ 3 ต่อไป ยังคงเปิดกว้างอย่สำหรับทีมชาติไทย ถ้าจะมองถึงอันดับ 1 คงต้องลุ้นให้ทางด้านเวียดนามพลาดท่าแพ้บ้างเกมใดเกมหนึ่ง ส่วนไทยต้องชนะรวดทั้ง 3 เกม ซึ่งถือว่ายากพอสมควรเนื่องจากงานหนักคือแมตซ์ที่ต้องยกพลไปเยือน ยูเออี แต่สำหรับอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ยังมีความเป็นไปได้กับการที่เรามีความได้เปรียบจากการได้ลงเล่นในบ้านพบกับ เสือเหลืองมาเลเซีย และ ทีมอิเหนา อินโดนีเซียที่ดูเหมือนทีมชาติไทยเราจะมีความเป็นต่ออยู่พอสมควร ซึ่งหากไทยสามารถเก็บ 6 แต้มกับการเล่นในบ้าน และ ยันเสมอเพื่อ 1 แต้มในเกมเยือน เราจะมี 15 แต้ม ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะได้เป็นทีมอันดับสองที่ดีที่สุด โดยแต่ละเกมจำเป็นต้องทำประตูให้ได้มากที่สุดไว้ก่อนเพื่อตุนไว้ในกรณีที่ต้องตัดสินกันด้วยประตูได้เสีย

แน่นอนว่าการได้เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ 12 ทีมสุดท้าย ย่อมถือเป็นการยกระดับทีมชาติไทยเพื่อให้เราได้อยู่ในระดับต้น ๆ ของทวีป แน่นอนว่าการได้ลงเตะกับทีมระดับท็อปของทวีปย่อมทำให้เรามีความคุ้นเคย ได้ฝึกประสบการเมื่อต้องไปเยือนทีมใหญ่ต่อหน้ากองเชียร์เยอะ ๆ อย่างน้อยก็ถือว่าได้ใกล้เคียงกับการได้ไปเล่นฟุตบอลโลกในทุก ๆ ครั้งของการคัดเลือก และที่สำคัญการได้ไปเล่นรอบ 12 ทีมสุดท้ายยังจะได้สิทธิการไปเล่นฟุตบอลเอเชียน คัพ โดยอัตโนมัติอีกด้วย โดยโอกาสทั้งหมดนี้ ก็อยู่ที่การวางแท็คติคของกุนซือ อากิระ นิชิโนะ และฟอร์มการเล่นของนักเตะ รวมทั้งกำลังใจจากแฟนบอลถึงแม้จะติดปัญหาอุปสรรคจากโควิด – 19 อย่างไรก็แล้วแต่มาร่วมกันลุ้นให้ทีมชาติไทยได้ผ่านเข้ารอบไปให้ได้

ถ้าพูดถึงลีกฟุตบอลแนวหน้าของเอเชียคงหนีไม่พ้น เจลีกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นลีกที่มีมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งมีแฟนบอลเข้าชมหนาแน่นทุกนัด ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เหล่าบรรดาทีมใน เจลีก ให้ความสนใจนักเตะไทยและดึงตัวไปร่วมทีมในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เจ้าเจ ชนาธิป สงกระสินธ์ ที่ไปค้าแข้งกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่  ธีรศิลป์ แดงดา ไปอยู่กับ ชิมิสึ เอสพัลส์ หลังจากที่รอบแรกไปอยู่กับ ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า ส่วนธีราธร บุญมาทัน รอบแรกอยู่กับ วิสเซล โกเบ และย้ายไปอยู่กับ โยโกฮาม่า เอฟมารินอส จนได้เป็นแชมป์ เจลีก ส่วน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่อยู่กับ โออิตะ ตรินิด้า ก่อนย้ายกลับมาเล่นที่ไทย และรายล่าสุด มือกาวอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ย้ายจากโอเฮช ลูเวิร์น ทีมจากลีกเบลเยียม มาอยู่กับ เจ้าเจที่ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่

การได้ไปโชว์ฝีเท้าที่ญี่ปุ่นของบรรดานักเตะทีมชาติไทยทั้งหมดเหมือนเป็นใบเบิกทางให้กับนักเตะไทยคนอื่น ๆ ได้มีแรงกระตุ้น ให้พัฒนาตัวเองและโชว์ฝีเท้าทั้งในสโมสรและทีมชาติเพื่อให้เหล่าแมวมองของทีมต่าง ๆได้มีโอกาสเห็นและดึงตัวไปร่วมทีม อีกทั้งการโชว์ฟอร์มของนักเตะไทยใน เจลีก ยังเป็นเครื่องรับประกันให้กับนักเตะไทยคนอื่น ๆ ว่าสามารถดวลกับนักเตะญี่ปุ่นและนักเตะต่างชาติไน เจลีก ได้อย่างไม่มีปัญหาอีกด้วย

คงจะดีมิใช่น้อยหากมีนักเตะไทยคนอื่น ๆ ได้เจริญรอยตามไปเล่นให้กับทีมต่าง ๆ ในเจลีกเพิ่ม เพื่อเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งในแง่ของการฝึกซ้อมอย่างมืออาชีพแบบญี่ปุ่น รวมทั้งการได้ประลองฝีเท้ากับเหล่านักเตะญี่ปุ่นรวมทั้งนักเตะต่างชาติที่มีดีกรีสูงกว่าในไทยลีก เพื่อสร้างประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับทีมชาติไทยให้ขึ้นมาสู่แนวหน้าของทวีปเอเชียได้ นักเตะไทยคนไหนจะเป็นรายต่อไปที่จะมีโอกาสได้ไปเล่นใน เจลีก

สารัช อยู่เย็น กองกลางห้องเครื่องทีมชาติไทยซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่าได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในลีกอาทิตย์อุทัย จนล่าสุดก็ตกลงปลงใจย้ายไปเล่นให้กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งความเป็นไปได้ในการย้ายทีมของสารัชในฤดูกาลนี้อาจจะยังเป็นไปไม่ได้เนื่องจากเพิ่งย้ายทีมหมาด ๆ แต่หากสารัชโชว์ฟอร์มให้กับต้นสังกัดได้อย่างโดดเด่น รวมทั้งในนามทีมชาติก็มีความเป็นไปได้ว่าเราจะได้ยินข่าวทีมจากญี่ปุ่นให้ความสนใจสารัช อีกครั้ง และอาจจะได้เห็นมิดฟิลด์เชือกวิเศษผู้นี้ไปโชว์ฝีเท้าในญี่ปุ่นจริง ๆ ก็ได้

ศุภโชค สารชาติ มิดฟิลด์ตัวรุกจากปราสาทสายฟ้า เป็นอีกหนึ่งรายที่ฟอร์มดีทั้งสโมสรและทีมชาติ อีกทั้งยังมีโอกาสได้โชว์ฝีเท้าในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก มาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ยังไม่มีทีมในญี่ปุ่นให้ความสนใจอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยความที่เขาอายุยังน้อย ยังมีโอกาสได้พัฒนาฝีเท้าและโชว์ความสามารถอีกมาก อีกทั้งเป็นผู้เล่นตัวรุกที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง เชื่อว่า ศุภโชคคงมีโอกาสได้ไปเล่นใน เจลีกได้

เอกนิษฐ์ ปัญญา มิดฟิลด์ตัวรุกจากแดนล้านนา เป็นอีกหนึ่งรายที่โชว์ฟอร์มได้ดีมากกับต้นสังกัดชียงราย ยูไนเต็ด รวมทั้งทีมชาติไทย จนมีข่าวทีมจากญี่ปุ่นให้ความสนใจและมีการเปิดเผยว่าเป็นทีมใน เจลีก 2 แต่ทั้งนี้เจ้าตัวยังมีความต้องการรับใช้ต้นสังกัดเชียงราย ยูไนเต็ดต่อไป โดยจะมีรายการสำคัญให้ได้โชว์ฝีเท้าในฟุตบอลถ้วยใหญ่ของเอเชียฤดูกาลหน้า รวมทั้งรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับทีมชาติไทย ซึ่งจะเป็นเวทีให้เอกนิษฐ์ ได้โชว์ฝีเท้าให้บรรดาเหล่าแมวมองได้เห็นกันแน่นอน

สำหรับการไปเล่นใน เจลีก ของนักเตะไทย ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับทีมชาติไทยขึ้น แต่ยังทำให้แฟนบอลไทยได้รับชมฟุตบอลลีกญี่ปุ่นโดยที่มีนักเตะไทยลงเล่นอยู่ในจอทีวี ถือว่าเป็นการสร้างสีสันให้กับแฟนบอลอย่างมาก คงจะดีมิใช่น้อยหากแฟนบอลชาวไทยจะได้ติดตามผลงานของนักเตะไทยผ่านการถ่ายทอดสดจากลีกญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นหลาย ๆ คน รวมทั้งขยับขยาย ย้ายไปเล่นในเวทีที่ใหญ่ขึ้นอย่างลีกยุโรป แค่คิดก็สนุกแล้ว

เมื่อพูดถึงสโมสรฟุตบอลอาชีพในไทยพรีเมียร์ลีกที่เป็นทีมประจำจังหวัด ก็จะมีหลายทีม อาทิเช่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เชียงรายยูไนเต็ด, เชียงใหม่ เอฟซี, พีที ประจวบ, ชลบุรี เอฟซี, สุพรรณบุรี เอฟซี, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, รายบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นต้น ซึ่งก็มีทีมที่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก แล้ว 2 ทีม คือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและล่าสุด เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของทีมประจำจังหวัด สร้างความภูมิใจให้แฟนบอลในจังหวัดของตัวเอง ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารทีมแบบมืออาชีพจริง ๆ

จะเห็นได้ว่าสโมสรฟุตบอลประจำจังหวัดในไทยพรีเมียร์ลีกล้วนแล้วแต่มีเจ้าของเป็นนักการเมืองประกอบกับมีเจ้าของธุรกิจเป็นหุ้นส่วนซึ่งย่อมทำให้มีเงินลงทุนที่ค่อนข้างหนา ซึ่งประกอบกับบรรดาเจ้าของทีมฟุตบอลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ชื่นชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ทำให้ยอมทุ่มเทแรงกายและเม็ดเงินลงทุนกับสโมสนบ้านเกิดของตัวเองจนประสบความสำเร็จได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้การแข่งขันในฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกมีความคู่คี่สูสี และเกิดความสนุกในการแข่งขัน

สร้างโมเดลไปยังทีมระดับภูมิภาคในลีกล่าง

หากต้องการที่จะพัฒนาวงการฟุตบอลลีกอาชีพไทยให้พัฒนาขึ้นเหมือลีกชั้นนำในต่างประเทศ จำเป็นต้องเร่งสร้างโมเดลลักษณะเดียวกันกับ เชียงราย ยูไนเต็ด และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของทีมประจำจังหวัดนั้นดีอยู่แล้ว คือแต่ละทีมก็จะมีสนามเหย้าเป็นของตัวเอง มีฐานแฟนบอลเป็นของตนเองอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องสร้างความน่าสนใจในทีมเพื่อดึงดูดคนในจังหวัดให้มาเชียร์ทีมประจำจังหวัดของตัวเอง ส่วนที่จะต้องกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงคือ เรื่องของเจ้าของทีมและการบริหารทีม ซึ่งที่ผ่านมาหลายจังหวัดยังมีการบริหารโดย หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. หรือ เทศบาลเมือง ซึ่งถือว่าเป็นแนวความคิดที่ผิดมาก ให้คนที่ไม่มีความรักและความรู้ในเรื่องฟุตบอลเข้ามาบริหารสโมสร รวมทั้งผู้บริหารขององค์กรเหล่านี้ ย่อมมีการผลัดเปลี่ยนเข้าออกตามการเลือกตั้ง ทำให้การบริหารงานไม่ต่อเนื่อง บางทีมถึงขั้นไม่มีค่าจ้างจ่ายให้นักเตะจนทีมแทบจะไม่มีนักเตะเหลือ ผู้บริหารสมาคมฟุตบอล รวมทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรหาแนวทางในการกระตุ้นตรงจุดนี้เพื่อให้มีคนที่มีทุนทรัพย์และมีความรักในฟุตบอลได้มีโอกาสเข้ามาทำทีมฟุตบอลบ้านเกิดอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ของคนในจังหวัดเอง

นอกจากการพัฒนาความเป็นมืออาชีพในการบริหารสโมสรจะทำให้ลีกอาชีพไทยแข็งแรงแล้ว ยังช่วยพัฒนาเรื่องอื่น ๆ ในจังหวัดได้ดีอีกด้วย เช่น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในจังหวัด การแข่งขันในเกมเหย้าแต่ละนัดถ้าบริหารแบบดี ๆ ก็จะมีแฟนบอลเข้าชมหลักพัน หรือหลักหมื่นคน เกิดการสร้างงานต่าง ๆ มีการไหลเวียนของเงินในระบบ ทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดดีขึ้น รวมทั้งพัฒนาระบบนักเตะเยาวชนภายในจังหวัดไปในตัว นักเตะเยาวชนจะสามารถมองเห็นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ชัดเจนขึ้น ตลอดจนสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในจังหวัด เห็นได้ว่าประโยชน์ที่ตามมามากมายมหาศาล ผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านเห็นแล้วจะไม่ช่วยกันทำให้สำเร็จได้ยังไง

โดยปกติแล้วเวลาที่เรารับชมกีฬาที่ชื่นชอบเรามักจะเห็นว่ามีหลายคนซึ่งลงทุนไปกับเกมกีฬานั้น ๆ ด้วย หรือที่เราเรียกอีกอย่างว่าเป็นการเดิมพันในกีฬา สำหรับคนที่ชอบดูและติดตามการแข่งกีฬาเฉย ๆ อาจมีข้อสงสัยว่าทำไมทุกกีฬาถึงมีความเกี่ยวข้องกับการเดิมพันไปทั้ง ๆ ที่ในตอนแรกดูไปแล้วอาจะเป็นเรื่องคนละเรื่องกันเลย แต่เชื่อหรือไม่ว่าถ้าได้ลองสัมผัสและลงเดิมพันดูจะรู้ได้ถึงความลงตัวของทั้งสองอย่างนี้ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นของที่เกิดมาเพื่อคู่กันเลยก็ว่าได้

ความสนุกที่มากกว่า

เราได้อะไรจากการลุ้นเกมกีฬาในการแข่งขัน แน่นอนว่าสิ่งแรกเลยคือความตื่นเต้นที่จะลุ้นว่าทีมหรือฝั่งที่เราเลือกเชียร์จะได้รับชัยชนะจากการแข่งหรือเปล่า นี่อาจเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราจะได้จากการมานั่งดูกีฬาที่ชอบซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดให้เราจดจ่ออยู่กับเกมได้ตลอดเวลา อรรถรสในการชมเกมก็เลยจะค่อย ๆ ลดลงต่อเนื่องถ้าในเกมไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้ว แถมยิ่งถ้าเป็นการแข่งธรรมดาที่ไม่ใช่ match สำคัญ เราอาจไม่มานั่งติดตามเลยก็ได้เพราะมันไม่น่าสนใจ เพื่อเพิ่มความสนุกในการรับชมเกมให้มากกว่าเราถึงได้เลือกเอาการวางเดิมพันเข้ามาจับคู่กับการแข่งกีฬาจึงทำให้มีความสนุกที่เพิ่มมากขึ้นได้

กีฬาก็คือเกมประเภทหนึ่ง

ที่มาแรกของการวางเดิมพันในระดับสากลเลยก็คือการมาพร้อมกับเกมการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเกมไพ่ ลูกเต๋า หรืออะไรก็ตามที่มีการแข่งในลักษณะของเกม มักจะมีการเดิมพันเข้ามาร่วมด้วยเสมอ อย่างในคาสิโนหรือสถานที่พนันต่าง ๆ และแน่นอนว่าเมื่อกีฬาเป็นหนึ่งในประเภทของการแข่งขันที่มีชัยชนะเป็นเดิมพัน เราจึงสามารถสนุกไปกับการรับชมเกมกีฬาได้มากกว่าเดิมด้วยการเดิมพันในเกมนั้น ๆ เหมือนกับว่ากำลังเล่นเกมเสี่ยงโชคอยู่นั่นเอง

เพราะการเดิมพันเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับเรามานาน

มนุษย์กับการเดิมพันถือได้ว่าเป็นของคู่กันมานาน ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่เราเริ่มมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของด้วยอัตราค่าเงิน นับแต่นั้นมาเราก็รู้จักกับการเดิมพันและมันก็อยู่กับเรามาตลอด จนในเวลาปัจจุบันที่เราจะสามารถเล่นเดิมพันในเกมกีฬาที่ชื่นชอบได้เพื่อความสนุกในรูปแบบที่ไม่น่าเบื่อ ทำให้เกมกีฬากลายเป็นอะไรที่มากกว่าความบันเทิงเล็ก ๆ ที่รับชมกันทั่วไป

เราจะเห็นได้ว่าความสนุกจากเกมกีฬาบวกเข้ากับการเล่นเดิมพันแล้ว จะยิ่งทำให้อรรถรสการรับชมเพิ่มขึ้นได้อีกหลายเท่าตัวเลย ซึ่งถ้าหากว่าตอนนี้ใครที่ยังไม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับการเดิมพันในกีฬา อาจคงต้อเริ่มลอง ๆ ดูกันบ้างได้แล้ว

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมอันดับ 1 ของโลกมาอย่างยาวนานเนื่องจากเป็นกีฬาที่สนุก เร้าใจ สวยงามแฝงไปด้วยความคลาสสิค ฟุตบอลมาตรฐานทั่วไปเล่นกันฝั่งละ 11 คน แต่มีคนคิดการแข่งขันฟุตบอลแบบใหม่ขึ้นมาคือการเล่นฟุตบอลแบบ 7 คน ซึ่งมีการย่อส่วนสนามลงมาเพื่อให้เหมาะกับจำนวนคนฝั่งละ 7 คน

ฟุตบอล 7 คนที่เป็นที่รู้จักกันในเมืองไทยก็คือฟุตบอล 7 คน นักเรียน อย่างที่ได้ดูผ่านหน้าจอทีวี จะเห็นได้ว่ามีการทำประตูกันเยอะมากในแต่ละนัด จากการที่สนามเล็กลงกว่าเดิม แต่ประตูยังใช้ขนาดเท่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าสามารถสร้างความมันได้มากกว่าฟุตบอล 11 คน

นอกจากความมันของการได้รับชมแล้ว เราจะได้เห็น การใช้ทักษะต่าง ๆ ของนักเตะ ได้มากกว่าฟุตบอล 11 คน รวมทั้งการวางแท็คติกต่าง ๆ ของผู้ฝึกสอนซึ่งเห็นแล้วตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ฟุตบอล 7 คน ส่วนใหญ่เน้นการต่อบอลบนพื้น เท้าสู่เท้า เน้นการให้บอลเร็ว รวมถึงการหาโอกาสยิงไกลที่จะมีโอกาสได้ประตูมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่ถ้าฝึกบ่อย ๆ จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับฟุตบอล 11 คน ได้เป็นอย่างดี

เป็นเวทีประลองกึ๋นโค้ช สร้างนักเตะเยาวชนขึ้นสู่ทีมชาติ

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน ที่ผ่านมาได้เป็นเวทีให้บรรดากุนซือของโรงเรียนต่าง ๆ ได้ลองฝึกประลองกึ๋น ประชันแท็คติกกันได้ดีเลยทีเดียว เหมาะกับการใช้เป็นเวทีฝึกปรือเพื่อเลื่อนชั้นสู่การเป็นกุนซืออาชีพให้กับสโมสรต่าง ๆ ประกอบกับนักเตะเยาวชนที่ลงเตะก็จะมีเหล่าแมวมองจากสโมสรต่าง ๆ มาชมฟอร์มเพื่อไปเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ หรือแม้กระทั่งอาจจะได้ติดทีมชาติชุดเยาวชนเลยกก็เป็นได้ ถือว่าเป็นการแข่งขันที่ดีมาก เหล่าผู้จัดการแข่งขันควรรักษาการแข่งขันนี้ไว้ต่อไป และอาจส่งเสริมให้มีรายการแข่งขันลักษณะเดียวกัน สำหรับเยาวชนชุดอื่น ๆ หรือสำหรับบุคคลทั่วไปด้วย

จะเห็นได้ว่าการแข่งขันฟุตบอล 7 คนนั้น แฝงไว้ซึงแท็คติกมากมาย ที่จะสามารถนำไปต่อยอดกับฟุตบอลสนามใหญ่ได้ เช่นการฝึกทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำในพื้นที่ที่แคบกว่าสนามปกติ ฝึกการบีบพื้นที่ การตั้งโซนรับโดยใช้คนน้อย รวมทั้งการเข้าทำในพื้นที่แคบ การยิงไกล การเล่นลูกสูตรฟรีคิก หรือเตะมุม ซึ่งทุกอย่างจะต้องทำด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ถือว่าเป็นการต่อยอดให้นักเตะเยาวชนได้นำไปใช้พลิกแพลงกับฟุตบอลสนามใหญ่

เมื่อเห็นประโยชน์เช่นนี้คงต้องขอขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทั้งหลายที่จัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คนขึ้นมา ให้กับนักเตะเยาวชนและโค้ชสมัครเล่นจากโรงเรียนต่าง ได้มาประลองฝีมือกัน ทั้งนี้และทั้งนั้นจำเป็นต้องกระจายโอกาสให้กับทีมโรงเรียนที่อยู่ต่างจังหวัดได้มีโอกาสมาประลองเช่นเดียวกัน